Zeiss Ikon Cocarette 519/15
หากคุณกำลังมองหากล้องพับ (Folding Camera) ยุค 1920s ที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ มีงานประกอบที่ประณีตสมเป็นเยอรมนี และมีกลไกที่ไม่เหมือนใคร Zeiss Ikon Cocarette 519/15 คือหนึ่งในกล้องคลาสสิกทรงคุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม
เดิมทีตระกูล Cocarette ดีไซน์และผลิตโดยบริษัท Contessa-Nettel ก่อนที่จะรวมควบกิจการเข้าสู่เครือ Zeiss Ikon ในปี 1926 ทำให้กล้องรุ่นนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมชิ้นสำคัญระหว่างนวัตกรรมของ Contessa-Nettel กับความพิถีพิถันของ Zeiss Ikon
สเปกและข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
-
เลนส์ (Lens): Carl Zeiss Jena Tessar 1:4.5 f=12 cm ( 120 mm)
-
รูรับแสง (Aperture): f/4.5 ถึง f/32 (ปรับได้ราบรื่นผ่านเกลียวด้านล่างชัตเตอร์)
-
ชุดชัตเตอร์ (Shutter): Compur
-
ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed): T, B, 1, 1/2, 1/5, 1/10, 1/25, 1/50, 1/100 และสูงสุดที่ 1/250 วินาที
-
ระบบโฟกัส (Focusing): ปรับระยะบนคันเลื่อนด้านล่าง สเกลระยะ 2 เมตร ถึง ระยะอินฟินิตี้ (∞)
-
ช่องมองภาพ (Viewfinders): มี 2 ระบบในตัวเดียว
-
Brilliant Finder: ช่องมองระดับเอวแบบสะท้อนแก้วปริซึม ปรับหมุนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
-
Wire Frame Sports Finder: กรอบลวดพับเก็บได้ พร้อมศูนย์เล็งด้านหลัง สำหรับยกระดับสายตาถ่ายวัตถุเคลื่อนไหว
-
-
ประเทศผู้ผลิต: Germany
จุดเด่นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
1. กลไกการใส่ฟิล์มแบบ Cocarette
ความพิเศษที่สุดของกล้องซีรีส์ Cocarette คือระบบการโหลดฟิล์มที่ไม่เหมือนกล้องโฟลดิ้งทั่วไป กล้องยุคนั้นส่วนใหญ่ต้องเปิดฝาหลังออกทั้งแผ่น แต่ Cocarette ใช้ระบบแผ่นหรือรางใส่ฟิล์มภายใน พร้อมฝาปิดทรงกลม/สลักหมุนล๊อกด้ามจับเฉพาะตัวด้านข้าง ช่วยให้การใส่ฟิล์มกระชับและป้องกันแสงรั่วได้อย่างดีเยี่ยม
2. เลนส์ Carl Zeiss Jena Tessar f/4.5 อันโด่งดัง
เลนส์ Tessar ถือเป็น "Eagle Eye" ของวงการกล้องถ่ายภาพ ให้ความคมชัดสูงและคอนทราสต์ที่ดีเยี่ยม แม้จะเปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/4.5 ก็ยังให้มิติภาพและโบเก้ที่นุ่มนวลชวนฝันตามแบบฉบับเลนส์วินเทจเยอรมัน
3. สถาปัตยกรรมตัวบอดี้และชิ้นส่วนโลหะ
-
ขาตั้งกล้องในตัว: บริเวณฝากล้องด้านหน้ามีขาตั้งโลหะสลักชื่อแบรนด์ Zeiss Ikon ใช้สำหรับกางพยุงให้กล้องตั้งบนโต๊ะในแนวตั้งได้อย่างมั่นคง
-
เพลตสเกลโฟกัสสีไอวอรี: สเกลตัวเลขระบุระยะโฟกัสเป็นเมตร มองเห็นชัดเจนและปรับได้ลื่นไหล
-
บอดี้หุ้มหนัง: ตัวเรือนเป็นโลหะหุ้มด้วยหนังลายละเอียด ขอบค้ำเพลตชุบโครเมียมเงางาม ให้ความรู้สึกพรีเมียมเมื่อจับถือ
สรุปความน่าสะสมสำหรับคนรักกล้องเก่า
Zeiss Ikon Cocarette 519/15 ไม่ได้เป็นเพียงแค่กล้องถ่ายรูปโบราณ แต่เป็นงานศิลปะเชิงวิศวกรรมจากยุคทองของกล้องถ่ายภาพเยอรมนี เหมาะทั้งสำหรับนักสะสมที่ต้องการกล้องสภาพสวยมีเรื่องราว หรือช่างภาพสายฟิล์มที่อยากสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงแบบกลไกบริสุทธิ์ 100%
ช่วงทศวรรษ 1920 Contessa-Nettel รวมเข้ากับ กลุ่ม Zeiss Ikon กล้องซีรีส์ Cocarette ยังคงผลิตต่อเนื่องมา เช่นเดียวกับกล้องพับได้รุ่นอื่น ๆ ที่มีอยู่มากมายหลายแบบ กล้องรุ่นนี้เป็นกล้องแบบฟิล์มม้วน คุณภาพปานกลาง มีเครื่องหมาย Zeiss ตั้งแต่ปี 1926 จนถึงปี 1929 กล้อง Cocarette ได้รับหมายเลขรุ่น '519' โดยมีรูปแบบต่างๆ เช่น 519/14, 519/2, 519/15 ซึ่งตัวเลขข้างหลัง บอกถึงการใช้ฟิล์มขนาดต่าง ๆ ของกล้องรุ่นนั้น
การโฟกัส ใช้ปุ่มที่อยู่ข้างเลนส์บนแท่นพับ ดันเพื่อเลื่อนชุดเลนส์ไปข้างหน้าหรือข้างหลัง สำหรับรุ่นขั้นสูงที่สามารถขยับเลนส์ในแนวตั้งขึ้นลงได้ กล้องทุกตัวมีช่องมองภาพ Brilliant Viewfinder แบบหมุน แนวตั้ง และ นอนได้ บางรุ่นมีระดับน้ำในตัว และบางรุ่นยังมีช่องมองภาพแบบโครงลวดด้วย
กล้อง Zeiss Ikon ตัวที่เห็นอยู่นี้ เป็นรุ่น 519/15 ใช้ฟิล์มม้วน 116 ซึ่ง ใหญ่กว่า และผลิตมาก่อน ฟิล์มม้วน 120 ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แต่เพราะฟิล์มใหญ่ ตัวกล้องจีงต้องใหญ่ตาม ทำให้ไม่สะดวกในการพกพา และ ใช้งาน ได้รับความนิยมลดน้อยลง ภายหลังจึงเลิกผลิตฟิล์มม้วน 116 และก็ต้องเลิกผลิตกล้องที่ใช้กับฟิล์ม 116 ไปโดยปริยาย ...
ผมซื้อกล้องตัวนี้มาเพราะชอบที่ การออกแบบความโค้งที่บอดี้ของกล้องอย่างเดียวเลย เห็นปุ๊บอยากได้ปั๊บ โดยไม่มีเหตุผลของการใช้งาน คุณภาพ หรืออื่น ๆ มาเกี่ยวข้อง เลยหาที่ราคาไม่แพงมาก ใช้ได้หรือเปล่าไม่รู้ เอามาตั้งโชว์ก็ยังดี เลยได้ตัวนนี้มา เรามาดูรายละเอียดต่าง ๆ และการเปิดกล้องเพื่อใช้งานกันก่อน
ด้านซ้ายของตัวบอดี้กล้อง(วางตั้ง) จะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มใด ๆ ชอบตรงนี้ที่สุด

ด้านขวาของตัวกล้อง(วางตั้ง) จะมีที่หมุนแกนฟิล์ม ปุ่มเปิดฝาหน้ากล้อง ปุ่มล๊อคชุดโหลดฟิล์ม
และรูเกลียวสำหรับเพลทขาตั้ง ไล่ตามลำดับจากส่วนบนลงมาล่าง
ด้านหน้าฝาเปิดของกล้อง จะมีเหล็กพับสำหรับตั้งกล้องเมื่อกางออก กดปุ่มเปิดฝาหน้าที่ด้านข้าง ฝาจะเปิดออก
และดึงปุ่ม สองปุ่มด้านหน้า เพื่อดึงเลนส์ออกมาตามราง ให้สุดจนถึงจุดหยุดของราง

เมื่อดึงเลนส์ออกมาจนสุดรางแล้ว ด้านข้างของราง จะมีปุ่มเลื่อนโฟกัส ระยะตามตัวเลขที่บอกไว้
ด้านบนของเลนส์ จะมีตัวช่วยมองภาพ Brilliant Viewfinder หมุนได้ จึงดูได้ทั้งแนวตั้ง และ แนวนอน

ด้านหน้าเลนส์ จะมีโครงลวดทรงสี่เหลี่ยม พับได้ เมื่อกางออกมาจะเป็นช่องสำหรับเล็งภาพ
ด้านหลังกล้องฝากลมด้านหลังจะมีแผ่นเหล็กที่สามารถดึงออกมาได้ ดึงออกมาสุดแกน
เพื่อเป็นช่องมองภาพด้านหลัง สัมพันกับโครงลวดด้านหน้า
การออกแบบกล้องของ Contessa-Nettel ดั้งเดิมพยายามทำให้การโหลดฟิล์มนั้นง่าย โดยมีชุดแผ่นเสริมที่ดึงออกมาเพื่อโหลดฟิล์ม และ เลื่อนกลับเข้าไปในกล้อง เนื่องจากไม่สามารถเปิดฝาหลังได้ จึงมีประตูแบบวงกลมที่ด้านหลังของกล้อง เพื่อให้สามาถหมุนเปิดด้านหลัง ช่วยในการทำให้เข้าถึงเลนส์ด้านหลังได้ เพื่อทำความสะอาด หรือถอดเลนส์ออก

เนื่องจาก ด้านหลังไม่มีฝาหลังเปิดเหมือนกล้องฟิล์มทั่ว ๆ ไป
จึงต้องสร้างช่องเปิดเพื่อให้ ถอด หรือทำความสะอาดเลนส์ด้านหลังได้

เลนส์ของกล้องตัวนี้ CarlZeiss Jana Tessar 1:4.5 12cm
ด้านหน้าจะแสดงช่องรับแสง และ ความเร็วชัตเตอร์ สามารถปรับได้จากตัวเลนส์

ด้านขวาของเลนส์ บนสุด เป็นตัวขึ้นชัตเตอร์ ลงมาเป็นช่องเกลี่ยวเสียบสายลั่นชัตเตอร์ ล่างสุด เป็นชัตเตอร์

ปุ่มสำหรับเปิดที่ใส่ม้วนฟิล์ม ถ้าล๊อคปกติ เป็นตัว Z เลื่อนไปอีกทางจะเห็นตัว A ก็จะสามารถทำการถอดออกมาได้

ถอดชุดใส่ฟิล์มออกมา เพื่อทำการโหลดฟิล์ม

ที่เห็นในรูป เป็นแกนฟิล์มม้วน 120 (สีดำ) โดยใช้ตัวเสริม (สีส้ม) จากฟิล์ม 116 แปลงให้ใช้ 120 ได้

เมื่อโหลดฟิล์มแล้ว นำกับเข้าที่เดิม ทำการล๊อคเพื่อไม่ให้หลุดเลื่อนออก เตรียมไปถ่ายรูปได้
คาดว่ากล้องรุ่นนี้ได้หยุดการผลิตลงประมาณปี 1930 โดยสังเกตจาก แคตตาล๊อกของ Zeiss Ikon ในปี 1931 ไม่มีกล้องซีรีส์นี้แล้ว
ข้อมูลจำเพาะของ Zeiss Ikon Cocarette ตัวที่แสดงอยู่นี้
Zeiss Ikon Cocarette 519/15
Made in Germany
Film size: 116 rollfilm
Frame size: 6.5x11cm
Lens: Tessar 1:4.5 f12cm
Shutter: Compur
รูปตัวอย่างจากกล้อง Zeiss Ikon Cocarette 519/15
Zeiss Ikon Cocarette 519 15 Photo Digital Contact Sheet
7 July 2024
Zeiss Ikon Cocarette 519/15
Carl Zeiss Jena Tessar 1:4.5 f12cm
Kentmere Pan 400 120
Pyrocat HD 2:2:500 20c 24:30m
Epson V600 : Photoshop
เนื่องจากด้านหลังกล้องมีช่องกลมสีแดงใส เพื่อให้มองเห็นลำดับฟิล์มที่ถ่ายได้ แต่ฟิล์มที่ใช้นี้ เป็น 120 ซึงเล็กกว่า 116 จึงทำให้เกิดแสงรั่วไปยังฟิล์มได้ ดังรูปตัวอย่างที่เห็นนี้ เพราะตั้งกล้องนานกว่าจะถ่ายได้แต่ละรูป แสงเลยรั่วเข้าฟิล์ม ถ้าจะให้ดี ต้องมีเทปดำปิดกันแสงไว้จะช่วยกันแสงรั่วได้ดีกว่า
รูปแบบเต็มฟิล์ม ขนาดฟิล์มที่ได้ประมาณ 60 x 11 cm.
Zeiss Ikon Cocarette 519/15 Sample Photo 003
Zeiss Ikon Cocarette 519/15 Sample Photo 005
Zeiss Ikon Cocarette 519/15 กับความคมชัดระดับ "ตาเหยี่ยว" (Review & Field Test)
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักสเปกและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Zeiss Ikon Cocarette 519/15 กันไปแล้ว (เดิมทีคือรุ่น Contessa-Nettel Cocarette ก่อนควบรวมกิจการ) วันนี้เราจะมาดู "ผลงานจริง" ที่ได้จากการนำกล้องโฟลดิ้งระดับไฮเอนด์ยุค 1920s ตัวนี้ออกไปถ่ายภาพนอกสถานที่กันครับ
ข้อมูลการทดสอบ
-
กล้อง: Zeiss Ikon Cocarette 519/15 (ยุค 1920s)
-
เลนส์: Carl Zeiss Jena Tessar 1:4.5 12 cm (Nr.1081586)
-
ชัตเตอร์: Compur
-
ฟิล์ม: Kentmere Pan 400 (ฟิล์มขาวดำ ISO 400)
-
สถานที่: สวนป่าจำลองที่มีน้ำตกและพรรณไม้เขตร้อนชื้น (Tropical Rainforest Garden)
การจัดองค์ประกอบภาพและการถ่าย (Shooting Experience)
สำหรับภาพชุดนี้ เลือกใช้สถานที่ที่มีสภาพแสงที่ท้าทายมาก คือมีทั้ง แสงสว่างจัดจากแสงแดด ที่ส่องลงมา (Bright Direct Sunlight) และ เงาทึบ (Deep Shadows) ภายใต้ร่มไม้ การเลือกใช้ฟิล์ม Kentmere Pan 400 ช่วยให้มี ISO ที่สูงพอที่จะเก็บรายละเอียดได้ดีทั้งในส่วนที่สว่างที่สุดและมืดที่สุด
-
ภาพแนวตั้ง (Verticle Frames): อย่างในภาพ Sample Photo 003 ได้ใช้ช่องมองระดับเอว (Brilliant Finder) ที่ปรับหมุนมาเป็นแนวตั้ง ช่วยให้สามารถก้มมองภาพและจัดองค์ประกอบให้ครอบคลุมทั้งน้ำตกด้านหลังและพุ่มไม้ด้านหน้าได้ง่าย
-
ภาพแนวนอน (Horizontal Frames): ภาพ Sample Photo 005 เลือกจัดมุมแบบแนวนอน กางขาตั้งในตัวกล้องเพื่อถ่ายภาพต่อเนื่องให้เห็นความกว้างของน้ำและโขดหิน
จุดเด่น: การเก็บบรรยากาศและความชัดลึก (Depth of Field & Ambience)
สิ่งที่เลนส์ Tessar f/4.5 ทำได้ยอดเยี่ยมมากคือการ "ละลายน้ำตก" (Motion Blur on Water) เราจะเห็นน้ำตกที่ไหลลงมาดูนุ่มนวลและมีเส้นสายที่สวยงาม ซึ่งทำได้จากการใช้ ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ควบคู่กับการใช้ขาตั้งเพื่อป้องกันกล้องสั่นไหว การใช้รูรับแสงที่ค่อนข้างกว้าง (f/4.5 - f/8) ช่วยสร้างระยะชัดลึกที่ชัดเจน แยกชั้นระหว่างใบเฟิร์นด้านหน้า (ที่ถูกละลายเล็กน้อย), ลำธาร, และตัวน้ำตกด้านหลัง ให้ความรู้สึกมีมิติและดูเป็นธรรมชาติสูงมาก
บทวิเคราะห์ภาพ (Analysis of the Results)
| Sample Photo 003 (ภาพแนวตั้ง) | Sample Photo 005 (ภาพแนวนอน) |
| จุดโฟกัส: ชัดเจนที่สุดที่พุ่มไม้ (น่าจะเป็นใบเฟิร์นหรือต้นมอส) บริเวณกลางภาพด้านล่าง | จุดโฟกัส: ใบเฟิร์นขนาดใหญ่ทางขวาของลำธาร มีความคมชัดสูงมาก |
| รายละเอียด: เก็บรายละเอียดโขดหินและใบไม้ในเงาได้ดีเยี่ยม (Shadow Detail) และยังคงคอนทราสต์ที่นุ่มนวล | มิติ: การใช้ทางน้ำไหลเป็นเส้นนำสายตาไปสู่ตัวน้ำตกด้านหลัง ทำได้ดีมาก |
Conclusion: สรุปความคุ้มค่าของการได้มา
รูปภาพทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า Carl Zeiss Jena Tessar 1:4.5 12 cm คือสมบัติล้ำค่า แม้จะมีอายุเกือบศตวรรษ แต่หากได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ก็ยังสามารถส่งมอบภาพที่มีความคมชัดสูง มีมิติความชัดลึกที่โดดเด่น และเก็บรายละเอียดแสงและเงาได้อย่างยอดเยี่ยม
Zeiss Ikon Cocarette 519/15 ไม่ได้เป็นเพียงแค่กล้องเก่าเพื่อการสะสม แต่คือเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและเสน่ห์ของยุควินเทจอย่างแท้จริง
พิเศษ: ข้อมูลหลังกล้อง (Behind the Scenes)
ภาพ Photo Digital Contact Sheet คือ แผ่นชีทสรุปผลการทดสอบ ที่มีคุณค่ามากสำหรับนักสะสมและคนรักกล้องเก่า เพราะระบุข้อมูลสำคัญไว้อย่างครบถ้วน:
-
วันที่: 7 กรกฎาคม 2024
-
อุปกรณ์: Zeiss Ikon Cocarette 519/15 พร้อมเลนส์ Tessar 1:4.5
-
ฟิล์ม: Kentmere Pan 400
-
สูตรน้ำยา:/ระยะเวลาล้าง: Pyrocat HD 2:2:500, อุณหภูมิ 20°C เป็นเวลา 24:30 นาที
ข้อมูลนี้ช่วยให้นักสะสมท่านอื่นสามารถนำไปอ้างอิงและจำลองสภาวะการถ่ายและการล้างฟิล์มเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันได้ทันทีครับ

ความคิดเห็นขับเคลื่อนโดย CComment