No. 1 Pocket Kodak : สัมผัสเสน่ห์กล้องฟิล์ม Medium Format ยุค Art Deco ในวัย 100 ปี
หากพูดถึงกล้องฟิล์มคลาสสิกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบศตวรรษ No. 1 Pocket Kodak ยุคปี 1926 คือหนึ่งในกล้องพับ (Folding Camera) ที่ดีไซน์ลงตัวและบันทึกประวัติศาสตร์การถ่ายภาพไว้อย่างน่าสนใจ ด้วยรูปทรงสไตล์ Art Deco ที่สามารถพับเก็บให้แบนเพื่อพกใส่กระเป๋าเสื้อโค้ตได้ตามชื่อ "Pocket"
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกล้องวินเทจระดับตำนานตัวนี้กัน
จุดเด่น (Key Highlights)
1. ใช้ฟิล์ม 120 (Medium Format) ที่ยังหาซื้อง่ายในปัจจุบัน
แม้ตัวกล้องจะมีอายุเกือบ 100 ปี และด้านหลังจะระบุไว้ว่าใช้ฟิล์ม No. A120 แต่ระบบนี้ใช้ร่วมกับ ฟิล์ม 120 ขนาดมาตรฐานในปัจจุบัน ได้ทันที โดยให้ภาพถ่ายขนาดใหญ่ถึง 6 x 9 ซม. (2.25 x 3.25 นิ้ว) ให้รายละเอียดและความลึกของภาพ (Depth of Field) ที่สวยงาม นุ่มนวล ชนิดที่กล้องฟิล์ม 135 (35mm) ทั่วไปให้ไม่ได้
2. เลนส์คมกริบ Kodak Anastigmat f/6.3
กล้องตัวนี้มาพร้อมเลนส์เกรดพรีเมียมในยุคนั้นอย่าง Kodak Anastigmat 105mm f/6.3 (ปรับรูรับแสงได้ตั้งแต่ f/6.3 ถึง f/32) ซึ่งถ่ายทอดภาพได้คมชัดและมีมิติ ต่างจากรุ่นเริ่มต้นในยุคเดียวกันที่มักใช้เลนส์ Meniscus
3. ชัตเตอร์ Kodex No.1 สไตล์ Manual เต็มรูปแบบ
ชุดชัตเตอร์กลไกแมนนวล 100% ปรับสปีดได้ที่ 1/25 และ 1/50 วินาที พร้อมโหมด B (Bulb) และ T (Time) สำหรับถ่ายเปิดหน้ากล้องนานๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่แม้แต่ก้อนเดียว
4. ฟีเจอร์ Autographic & ช่องมองภาพหมุนได้
-
Autographic Feature: มีช่องสไลด์เปิดด้านหลังพร้อม Stylus สำหรับใช้ขีดเขียนบันทึกวันที่หรือข้อความลงบนขอบแผ่นฟิล์ม(แบบที่สามารถเขียนด้านหลังได้)ได้ทันที
-
Brilliant Finder: ช่องมองภาพสะท้อนขนาดเล็กด้านหน้า สามารถปรับหมุนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนตามสไตล์การวางเฟรมภาพ
ข้อมูลทางเทคนิค (Specifications)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ปีที่ผลิต | ค.ศ. 1926 – 1931 |
| ผู้ผลิต | Eastman Kodak Co., Rochester, N.Y., U.S.A. |
| ประเภทกล้อง | Medium Format Folding Camera |
| ขนาดฟิล์ม | ฟิล์ม 120 (ภาพขนาด 6 x 9 ซม.) |
| เลนส์ | Kodak Anastigmat 105mm f/6.3 (f/6.3 - f/32) |
| ชัตเตอร์ | Kodex No.1 (Speed: T, B, 1/25, 1/50) |
| ระบบโฟกัส | รางสไลด์กะระยะด้วยสายตา (Manual Scale / Bed Track Focusing) |
กล้องตัวนี้ อยากได้เพราะหน้าตา และชอบตัวหนังสือ KODAK อยู่ตรงบานพับสำหรับตั้งกล้อง ที่ฝาเปิดด้านน้าเลนส์ ออกแนว Art Deco สวยงามดี กล้องรุ่นนี้ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1926 - 1932 เป็นกล้องพับ พกพาได้สะดวก ใช้ฟิล์มม้วน 120 ที่มีใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ถ่ายรูปได้ขนาดประมาณ 6x9 ซม. จำนวน 8 รูปต่อ 1 ม้วน เป็นกล้องรุ่นสุดท้ายของ Kodak ที่ใช้กับฟิล์มม้วน 120 หลังจากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบฟิล์มม้วน จาก 120 เป็น 620 และ 116 เป็น 616 ซึ่งเป็นรูปแบบฟิล์มม้วนเฉพาะของ Kodak
Autographic คือ ตัวกล้องจะมีช่องด้านหลังฟิล์ม สามารถเลื่อนเปิด เพื่อบันทึกข้อมูลด้วย Stylus ที่มีมาให้ ลงบนด้านหลังของฟิล์มได้เลย โดยฟิล์มที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ใช้สำหรับ Autographic โดยเฉพาะ ในปัจจุบันไม่มีผลิตแล้ว กล้องตัวที่ผมได้มานี้ก็ไม่มี Stylus มาด้วย ...
จากโบร์ชัวของกล้อง ประมาณปี ค.ศ. 1926 กล้องตัวนี้ ราคา $19
เทียบกับปัจจุบัน (ค.ศ. 2024) ก็จะเป็น $338.85 ประมาณ 17,000 บาท บวกลบนิดหน่อย
การซื้อกล้องเก่าราคาเบา ๆ จากต่างประเทศ ต้องทำใจกันนิดนึง ถึงแม้ว่า เราจะดูรูป ถามรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีบางสิ่งที่เราไม่อาจเห็นได้ เพราะเราไม่ได้จับตัวกล้องจริง กล้องอาจจะมาในสภาพที่ใช้งานไม่ได้ หรือมีปัญหาเกิดขึ้นกับบางส่วนในการทำงานของกล้อง บางครั้งก็สามารถแก้ไขเองได้ ถ้าไม่ได้ก็ลองหาช่างซ่อมที่สามารถซ่อมได้ หรือสุดท้ายแล้ว ซ่อมใช้งานไม่ได้จริง ๆ เราก็ถือเสียว่า ได้กล่องเก่ามาไว้ตั้งโชว์ หรือ เอาไว้ทับกระดาษก็ยังดี ตอนที่ดูในรูป ในด้านหน้าของกล้อง ตรงเลนส์จะมีสายลั่นชัตเตอร์เดิม ที่มีขนาดสั้น ๆ ติดมาในกล้องให้เลย แต่เนื่องจากคนที่ขายอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ ยัดสายมาในกล้องอย่างไรไม่รู้ พับปิดฝาแล้วไปทำให้สายขาดไป น่าเสียดาย
เรามาดูรายละเอียดของกล้องตัวนี้กัน

รูปด้านหน้า และ ด้านหลัง ของกล้องเมื่อพับเก็บ
กล้องพับเก็บแล้วจะมีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ดังรูปข้างบนนี้

ด้านหน้า ฝาสำหรับปิดเลนส์ จะมีปุ่มสำหรับเปิดฝาหน้า ขาตั้งกล้องแนวตั้งเป็นโลหะพับได้ มีโลโก้ Kodak สไตล์ Art Deco สวยงาม มีชุดเลื่อนเปิดสำหรับถอดชุดเลนส์ออกเพื่อใส่ฟิล์มกับฝาหลัง
ด้านหลัง จะมีช่องยาว ๆ ตามขวาง เปิดปิดได้ สำหรับบันทึกข้อความลงบนฟิล์มชนิดที่เรียกว่า Autographic ปัจจุบันไม่มีผลิต และ จำหน่ายแล้ว ถัดลงมาเป็น ตราปั๊มนูน บนแผ่นหนัง บอกว่าใช้ฟิล์มม้วน 120 และลงมาล่างสุด เป็นช่องใสสีแดง สำหรับดูตัวเลขนับรูปหลังแผ่นฟิล์มม้วน 120

เมื่อเปิดฝาหน้าขึ้นมา จะเห็นชุดเลนส์ ดึงปุ่มกลมที่อยู่หน้าเลนส์เพื่อเลื่อนเลนส์ออกมาตามรางจนสุด

รูปลักษณะของกล้อง ด้านหน้า และ ด้านหลัง เมื่อพร้อมใช้งาน

รูปด้านหน้าของชุดเลนส์ เมื่อดึงออกมาแล้วพร้อมใช้งาน
เลนส์ที่มากับกล้องตัวนี้ เป็น Kodak Anastigmat 105mm. f6.3-32 ซึ่งมีช่องรับแสงกว้างขึ้น จากที่เห็นตัวไป จะเป็น f7.9-45 กับความเร็วชัตเตอร์มีให้เลือกใช้ 4 อย่าง คือ T, B, 1/25 และ 1/50 ความเร็วชัตเตอร์ที่มีมาให้นี้ กับกล้องขนาด 6x9 ซม. ที่เลนส์ 105 มม. ถ้าถือด้วยมือโอกาสที่กล้องจะสั่น และรูปเบลอ มีสูงมาก แนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้อง หรือ นำกล้องวางติด หรือชิดไว้กับสิ่งที่มั่นคง เพื่อไม่ให้กล้องสั่น ก็น่าจะได้รูปดี ๆ บ้าง

ด้านขวาของเลนส์ จะเป็นเกลียว หมุนเพื่อเลื่อนเลนส์เข้าออก ปรับระยะโฟกัส

ด้านซ้ายของเลนส์ จะเป็นตัวเลขบอกระยะโฟกัส แสดงทั้ง ฟุต และ เมตร เมื่อหมุนเกลียวที่ด้านขวา ตัวบอกเลขในสเกลก็จะเลื่อนตาม

ช่องมองภาพ จะอยู่บนเลนส์ ด้านซ้าย สามารถปรับได้ทั้ง แนวตั้งและ แนวนอน

ด้านขวา จะมีไกชัตเตอร์ สีขาว ๆ กับช่องสำหรับเสียบสายลั่นชัตเตอร์แบบเกลียว ส่วนเหล็กสีดำ งอๆ นั้น เป็นช่องสำหรับเสียบสไตลัส เอาไว้เขียนหลังฟิล์ม ซึ่งกล้องตัวนี้ไม่มีมาด้วย

ด้านใต้กล้องจะมีปุ่มสำหรับ หมุนเลื่อนแกนฟิล์ม

แป้นหมุนสำหรับตั้งกล้องในแนวนอน เมื่อต้องการตั้งกล้องกับพื้น หรือ โต๊ะเรียบ ๆ ใช้งานเหมือนกับขาตั้งกล้องในแนวตั้ง

กล้องวางเพื่อถ่ายรูปในแนวนอน

เมื่อต้องการดันเลนส์กลับ ต้องกดปุ่มปลดล๊อคเลนส์ เป็นแป้นอยู่ใต้เลนส์ก่อน จึงจะเลื่อนเลนส์กลับเข้าไปในกล้องได้

เลื่อนปุ่มล๊อคชุดเลนส์ เพื่อดึงชุดเลนส์ออกจากตัวกล้อง เพื่อทำการใส่ฟิล์ม

ดึงชุดเลนส์ออกจากตัวกล้อง จะทำให้เห็นช่องสำหรับใส่ฟิล์มที่ด้านหลัง

ดึงแกนหมุนฟิล์มออกมา เพื่อที่จะสามารถใส่แกนฟิล์มเข้าไปได้ และดันกลับเพื่อทำการหมุนฟิล์ม

เมื่อใส่ฟิล์มเรียบร้อยแล้ว นำชุดเลนส์ใส่กลับเข้าทีเดิม และ ล๊อคให้เรียบร้อย ก็นำออกไปใช้งานถ่ายรูปได้

ช่องสำหรับเขียนฟิล์ม Autographic ด้านหลัง ต้องระวังอย่าให้เปิดอยู่ แสงจะรั่วเข้าฟิล์มได้ ถ้าเป็นไปได้ จะนำเทปสีดำมาปิดทับอีกทีก็ได้ เพื่อความแน่ใจว่าแสงไม่เข้าแน่นอน รวมถึงช่องกลมใสสีแดงด้วย ถ้ามีเทปปิดไว้ก็จะเป็นการดียิ่งขึ้น เปิดดูเฉพาะตอนที่หมุนฟิล์ม และให้ปิดโดยเร็ว เพราะฟิล์มเก่า จะไม่ไวต่อแสงสีแดง จึงเปิดทิ้งไว้ได้ แต่ฟิล์มยุคใหม่ จะไว้ต่อแสงทุกสีต้องระวังไม่ให้แสงเข้าได้
กล้อง Kodak Pocket No.1 เป็นกล้องพับ Kodak ระดับกลางที่ออกแบบมา สำหรับช่างภาพมือใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้การใช้งานกล้องที่หลากหลายมากขึ้น แต่ราคาไม่สูงมากนัก เลนส์ Kodak Anastigmat f/6.3 ถือเป็นการผสมผสานระหว่างราคา และคุณภาพได้อย่างลงตัว ความคมชัด และคอนทราสต์ของภาพที่ได้มาจากเลนส์นี้ถือว่าค่อนข้างดี ถ้ามีโอกาสลองหามาใช้ดู ค่อย ๆ ถ่ายทีละรูป ดูกันทีละเฟรม ฟิล์มม้วน 120 ได้จำนวน 8 รูป กำลังดี ถ่ายแล้วล้างฟิล์มมาดูรูปกันเพลิน ๆ ไม่ต้องรอนานครับ
สรุปคำแนะนำ: กล้องตัวนี้เหมาะกับใคร?
1926 No. 1 Pocket Kodak เหมาะมากสำหรับนักสะสมและคนรักการถ่ายภาพฟิล์มที่อยากสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพยุค 1920s อย่างแท้จริง
-
ความน่าเล่น: ด้วยขนาดฟอร์แมต 6 x 9 ซม. ทำให้ผลลัพธ์ภาพถ่ายมีเสน่ห์เฉพาะตัว ลุควินเทจ โทนภาพสตรีทหรือภาพพอร์ตเทรตขาว-ดำจะดูมีเรื่องราวมากเป็นพิเศษ
-
ข้อควรระวัง: กล้องไม่มีระบบวัดแสง ต้องใช้แอปพลิเคชันวัดแสงบนมือถือช่วย และเนื่องจากเป็นกล้องเก่า ควรตรวจสอบท่อ Bellows (หนังพับ) ว่าไม่มีรอยรั่วแสงก่อนนำไปใช้งานจริง
รูปตัวอย่างจากกล้อง Kodak No.1 Pocket
Kodak No.1 Pocket Digital Contact Sheet
เปรียบเทียบ ก่อน และ หลัง รูปที่สแกนฟิล์มด้วย Epson V600 และ ปรับรูปด้วย Photoshop
Kodak No.1 Pocket Sample Photo No. 001
|
|
Kodak No.1 Pocket Sample Photo No. 003
|
|
Kodak No.1 Pocket Sample Photo No. 004
Critique (ผลงาน)
จุดที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Highlights):
-
Technical Mastery: การควบคุมกลไก manual 100% ของกล้องตัวนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งการวัดแสง (ใช้ external light meter ช่วย) และการกะระยะโฟกัสแบบ manual scale ซึ่งทำให้ได้ความคมชัดตามที่ต้องการ แม้จะเป็นกล้องที่ไม่มีระบบ viewfinder ช่วยโฟกัส
-
Aesthetic Choice: การเลือกใช้ฟิล์ม Kodak T-Max 100 (เป็นฟิล์มหมดอายุ) คือการจับคู่ที่ลงตัว มันช่วยดึงความคมชัดและโทนภาพโทนเทา (tonality) ที่เป็นจุดเด่นของเลนส์ Anastigmat f/6.3 ออกมาได้สูงสุด ภาพที่ได้จึงมีความคลาสสิกแต่ไม่ดู "เก่าจนเละ" เหมือนภาพจากเลนส์รุ่นประหยัด
-
Composition & Styling: การจัดองค์ประกอบภาพแบบ "minimalist" ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์แนว "mid-century modern" และต้นไม้ในร่ม สร้างคอนทราสต์ที่สวยงามระหว่าง "ความโบราณ" ของเทคโนโลยีกล้อง และ "ความร่วมสมัย" ของสถานที่ถ่ายทำ การทิ้งขอบ "KODAK 100TMX" และหมายเลขเฟรมไว้ในภาพ เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของฟิล์ม medium format (6 x 9 cm) ได้อย่างมีสไตล์
-
Overall Vibe: ภาพชุดนี้ไม่ได้เป็นแค่ "รูปตัวอย่าง" แต่มันคือ "งานศิลปะ" ที่ถ่ายทอด "เสน่ห์แห่งเวลา" ออกมาได้อย่างชัดเจน

ความคิดเห็นขับเคลื่อนโดย CComment