Zeiss Ikon Tessco: สัมผัสความเก๋าของกล้องพับยุคคลาสสิก

หากพูดถึงกล้องพับคลาสสิก (Folding Camera) ยุคก่อนสงครามโลกจากเยอรมนี Zeiss Ikon คือหนึ่งในแบรนด์ระดับตำนาน และตัวจะแนะนำนี้คือ Zeiss Ikon Tessco กล้องเพลตพับระบบ Bellows ฟอร์แมตใหญ่ (9x12 cm) ที่มาพร้อมความประณีตระดับงานคราฟต์ยุค 1920–1930

1. ประวัติของรุ่น Tessco กับการควบรวมกิจการ

  • เดิมทีกล้องรุ่น Tessco เป็นกล้องเพลท (Plate Camera) ที่ถูกออกแบบและเปิดตัวโดยบริษัท Contessa ในปี ค.ศ. 1913

  • ต่อมาในปี ค.ศ. 1919 ได้ควบรวมกิจการเป็น Contessa-Nettel

  • และจุดเปลี่ยนสำคัญคือในปลายปี ค.ศ. 1926 บรรดาบริษัทกล้องยักษ์ใหญ่ในเยอรมนี (รวมถึง Contessa-Nettel และ ICA) ได้ควบรวมกิจการกันกลายมาเป็นบริษัท Zeiss Ikon

  • ส่งผลให้กล้องรุ่นเก่าที่ยังคงได้รับความนิยมอย่าง Tessco ถูกเปลี่ยนป้ายแบรนด์ตีตราเป็น Zeiss Ikon Tessco ลงในแค็ตตาล็อกยุคแรกของบริษัทใหม่ทันที

2. ทำไมถึงสรุปว่าประกอบกันในปี ค.ศ. 1927?

  • ปีสุดท้ายของสายการผลิต: ตามบันทึกประวัติศาสตร์ กล้องรุ่น Zeiss Ikon Tessco (ขนาดฟิล์มเพลทใหญ่ 9x12 ซม.) ถูกยุติการผลิตและถอดออกจากแค็ตตาล็อกในปี ค.ศ. 1927

  • อายุของชิ้นส่วนเลนส์: ตัวเลนส์ Carl Zeiss Jena มีเลขซีเรียลที่ระบุปีผลิตชัดเจนว่าทำขึ้นในปี ค.ศ. 1927

  • การจับคู่ในโรงงาน: โรงงานต้องการผลิตกล้องรุ่น Tessco ล็อตสุดท้ายออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1927 จึงได้นำเลนส์ Tessar ที่ผลิตเสร็จใหม่ ๆ ในปีนั้น มาประกอบเข้าคู่กับชุดชัตเตอร์ Compur (Dial-set) ที่มีอยู่ในสต็อกของโรงงาน (ซึ่งตัวชัตเตอร์แม้จะใช้โครงสร้างและรหัสโมเดลบล็อกเดิมจากปี 1912-1913 แต่กลไกและชิ้นส่วนอะไหล่รุ่นนี้ยังคงจัดเป็นมาตรฐานที่โรงงานนำมาใช้ประกอบกล้องตลอดช่วงทศวรรษ 1920)

ดังนั้น กล้องตัวนี้จึงไม่ใช่การเอามาดัดแปลงทีหลังในยุคปัจจุบัน แต่เป็นงานประกอบสำเร็จรูปดั้งเดิมจากโรงงาน (Original Factory Assembly) ของ Zeiss Ikon ในปี ค.ศ. 1927 ซึ่งถือเป็นกล้องยุคเปลี่ยนผ่าน (Transition Model) รุ่นส่งท้ายของตระกูล Tessco ที่หาชมได้ยากและน่าสะสมมาก

จุดเด่นและสเปกตามตัวเครื่อง

   

  • กลไกพับและโครงสร้าง: ตัวบอดี้เป็นโลหะหุ้มหนังดำ มีสายหนังคาดด้านบนสลักชื่อรุ่น Tessco ไว้อย่างชัดเจน

  • ช่องมองภาพ: กล้องตัวนี้มาพร้อมช่องมองภาพ 3 แบบให้เลือกใช้งาน

   

    • แบบกรอบลวด (Wire Frame Finder) ที่พับเก็บด้านข้างได้ 

    • ช่องมองภาพแบบ Brilliant Finder (ช่องมองปริซึมขนาดเล็ก) และ

    • ช่องมองผ่านเลนส์โดยตรงกับกระจกฝ้าด้านหลังมีฝาหลังเปิดปิด

  • เลนส์: Carl Zeiss Jena Tessar 1:4.5 f=13.5cm (Serial No. 802762) ให้ภาพคมชัดอันเป็นเอกลักษณ์ของเลนส์ตระกูล Tessar "Eagle Eye"

   

  • ชัตเตอร์: COMPUR ชัตเตอร์ระบบกลไกที่มีความเที่ยงตรงสูง ปรับสปีดชัตเตอร์ได้หลากหลาย พร้อมโหมด B และ T (รวมถึงระบบตั้งเวลาถ่าย Z/D/M)

   

  • ระบบปรับโฟกัสและบาลานซ์: ด้านล่างของมาตรฐานเลนส์มีลูกบิดหมุนปรับโฟกัสแบบเฟืองคู่ (Rack and Pinion) พร้อมปุ่มปรับ Rise/Fall (เลื่อนเลนส์ขึ้น-ลง) และ เลื่อนซ้าย-ขวา สำหรับแก้ Perspective ภาพถ่ายสถาปัตยกรรม

 

 

การนำออกไปถ่ายจริงภาคสนาม (Field Test)

ในการทดสอบภาคสนาม ได้นำ Zeiss Ikon Tessco ออกไปบันทึกภาพงานสถาปัตยกรรมไทยที่มีลวดลายละเอียดประณีต เพื่อดูศักยภาพของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกล้องโบราณและนวัตกรรมการดัดแปลงยุคใหม่

 

อุปกรณ์และค่าการถ่ายภาพ (Technical Setup)

  • กล้อง: Zeiss Ikon Tessco

  • เลนส์: Carl Zeiss Jena Tessar 13.5cm f/4.5

  • ฟิล์ม: KODAK Panatomic-X AERECON II Film 3412 (ISO 40)

  • ดัดแปลงหลังกล้อง: ใช้หลังกล้องสั่งทำพิเศษ (3D Printed Custom Back) ดัดแปลงเข้ากับบอดี้ Tessco เพื่อใส่ฟิล์ม 120 ที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน ได้รูปขนาดประมาณ 6x12 ซม.

  • ค่าการถ่าย (Exposure): f/22 | ความเร็วชัตเตอร์ 1/2 วินาที (กางขาตั้งกล้อง)

  • การล้างฟิล์ม (Development): น้ำยา 510 Pyro อัตราส่วนผสม 2:500 ที่อุณหภูมิ 20°C เวลา 35 นาที

ประสบการณ์การควบคุม

ด้วยกลไกของ Zeiss Ikon Tessco ที่มีระบบ Rise/Fall ช่วยให้เราเลื่อนชุดเลนส์ขึ้นเพื่อเก็บยอดอาคารได้โดยอาจจะ หรือ ไม่ต้องตั้งกล้องเงยขึ้น ภาพที่ได้จึงรักษาระนาบเสาและโครงสร้างให้ตรงขนานกัน ไม่เกิดอาการอาคารลู่เข้า (Keystoning) แต่ในการทดสอบครั้งนี้ เมื่อยกเลนส์ขึ้นสุดแล้วยังไม่พอ ต้องเงยกล้องขึ้นอีกนิดนึง

วิเคราะห์ผลลัพธ์ภาพถ่าย

SamplePhoto1(ปรับแต่งรูปด้วยโปรแกรม Photoshop)

  • ความคมชัดระดับ Micro-contrast: เลนส์ Carl Zeiss Jena Tessar 13.5cm ร่วมกับฟิล์มเกรนละเอียดสูง KODAK Panatomic-X AERECON II ถ่ายทอดความคมชัดออกมาได้น่าประทับใจ เก็บครบทุกรายละเอียดทั้งลวดลายปูนปั้นและองค์พระพุทธรูป

  • การควบคุมแสงมืด-สว่าง: การล้างด้วยน้ำยา 510 Pyro (Staining Developer) ช่วยคุมส่วน Highlight ไม่ให้สูญเสียรายละเอียด ในขณะที่ส่วน Shadow บริเวณซุ้มประตูก็ยังคงเห็นรายละเอียดความลึกชัดเจน

  • โทนภาพมิติเกรน: ไล่เกรดโทนเทา (Mid-tones) ได้นุ่มนวล สมบูรณ์แบบตามเสน่ห์ของกล้องฟอร์แมตใหญ่ยุคเก่า

สรุปบทวิเคราะห์

Zeiss Ikon Tessco ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ถ่ายภาพ แต่เป็นงานศิลปะทางวิศวกรรมจากเยอรมนีที่ทรงคุณค่า เมื่อนำมาร่วมกับเทคนิคการดัดแปลงหลังกล้อง (3D-Printed Back) และการล้างฟิล์มแบบเฉพาะทาง กล้องอายุเกือบศตวรรษตัวนี้ก็พร้อมจะเนรมิตผลงานระดับ Masterpiece ให้เราได้เสพกันในยุคปัจจุบัน

ความคิดเห็นขับเคลื่อนโดย CComment